*โลกและชีวิต มีคนเก่ง ๆ
มาปรึกษาด้วยอาการฟุ้งซ่านมากขึ้นส่วนมากจะเรียนเก่งหรือทำงานเก่ง
หน้าที่การงานดี*
มี อนาคตแต่ในชีวิตส่วนตัวไม่ค่อยมีความสุขเลยเริ่มตั้งแต่นอนไม่หลับติดต่อกัน
กังวล คิดมาก คิดซ้ำซากกลัวว่าจะอ่อนเพลีย ก็เลยรู้สึกอ่อนเพลียจริง ๆ
ทุกครั้งอารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย พวกนี้มีความคิดที่มากเกินปกติ คิดตลอดเวลา
ขยันหาข้อมูลความคิดมาใส่สมองทั้งจากอินเตอร์เน็ต สิ่งพิมพ์ การสัมมนา ทีวี
การสนทนา ฯลฯ สมองจึงเต็มไปด้วยข้อมูลที่มากจนล้นสมองออกมาบางคนรู้ว่าควรจะลบ
(delete) ข้อมูลออกจากสมองบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะลบอย่างไร
แถม...กลับไปได้ ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมมาเพิ่มเติมใส่สมองเข้าไปอีก
นี่คือวงจรชีวิตของคนที่เรียนเก่งหรือทำงานเก่ง
ที่มักคิดฟุ้งซ่านที่พบได้มากขึ้นในทุกวันนี้ พวกนี้มักมีสมองซีกซ้ายทำงานดี
ชอบคิดในแนวหาเหตุผล วิเคราะห์ วิจารณ์ได้เก่ง
และพวกนี้มักใช้สมองซีกขวาเพื่อความสุนทรีย์ การจินตนาการที่ดี ความรัก มิตรภาพ
ศิลปะ ความงามได้น้อย
*ข้อแนะนำง่าย ๆ สำหรับพวกฟุ้งซ่าน ก็คือ
**1. หาเวลาฝึกสติ* ทำสมาธิทุกวัน
จะเป็นการกรองความคิดที่ไม่เหมาะสมออกไปและลดการปรุงแต่งอารมณ์ อยู่กับปัจจุบัน
ทำให้คิดฟุ้งซ่านน้อยลง
*2. ออกกำลังกายแบบไม่คาดหวังผลให้มากขึ้นทุกวัน ๆ* ละ 45 นาที เช่น การวิ่ง
แต่เลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน
*3. ฝึกการนอนอย่างมีสติและมีความสุข*หลีกเลี่ยงการทำให้สมองและร่างกายตื่นตัวก่อนนอน
เช่น ออกกำลังกาย
อ่านหนังสือสนุก ดูหนังเร้าใจก่อนนอน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
ไม่คิดเรื่องงาน
- รู้จักการนอนอย่างปล่อยวาง คือทำจิตให้ว่างก่อนนอนโดยการหายใจลึก ๆ ช้า ๆ
จดจ่ออยู่ที่ลมหายใจเข้า-ออกรูจมูก และตั้งจิตบอกกับตัวเองว่าจะนอน - หลับ -
พัก - ผ่อนเสียที
- เมื่อนอนหลับได้แค่ไหนก็แค่นั้น อย่ากังวล ถ้าหลับลึก ๆ 4 - 5 ชั่วโมงพอแล้ว
ตื่นขึ้นมาให้ทำท่ากระฉับกระเฉง บอกกับตัวเองว่าโชคดีที่ตื่นขึ้นมาได้
วันนี้คงพบสิ่งอื่น ๆที่น่าสนใจมากขึ้นบ้าง
4. ลดกิจกรรม *"วิเคราะห์"* ลงบ้าง ปล่อยกาย - ใจ - และความรู้สึก
ให้สบายมากขึ้น บอกตัวเองว่าต้องการความสุข รู้จักการพอ ยอม
และไม่เปรียบเทียบกับคนอื่น
ถ้าวิเคราะห์มากมักจะจับผิดเก่ง ทั้งตัวเองและสิ่งรอบตัว
คนเก่ง ๆ ที่ฟุ้งซ่านมีมากขึ้น ที่มาปรึกษาก็มาก หลาย ๆ คนดีขึ้น
บางคนต้องใช้ยาช่วยหรือใช้จิตบำบัด
จงเก็บพลังความคิดที่ดี ๆ ไว้ใช้อย่างสร้างสรรค์เถิด
ถ้ามีความคิดมากไปตลอดเวลาเข้าข่ายฟุ้งซ่าน จะเป็นอุปสรรคในการทำงาน
และจะเป็นโรคจิต โรคประสาทได้
*
ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ (จิตแพทย์)
*
*ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: *หนังสือพิมพ์แนวหน้า